ประวัติมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยจาก คาสิโน

คาสิโน

ประวัติมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยจาก คาสิโน – นิตยสารชื่อดังได้จัดลำดับ ผู้ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา ซึ่งมหาเศรษฐีคนล่าสุดคือ บิล เกตส์ โดยเขาได้เสียตำแหน่งให้เพื่อนซี้ของเขาที่ชื่อ วอร์เรน บัฟเฟตต์ หลังจากที่เขาครองอันดับมหาเศรษฐีเบอร์ 1 มาเป็นเวลา 14 ปี อย่างไรก็ตามประวัติของมหาเศรษฐีทั้งสองคนนี้ ยังคงเป็นที่คุ้นเคยของคนทั่วไปเป็นอย่างดี เมื่อเอ่ยชื่อของพวกเขา

ผู้คนส่วนมากมักจะรู้ว่าเขาเป็นใครและร่ำรวยมาอย่างไรแต่เมื่อมีการเอ่ยชื่อของมหาเศรษฐีอันดับถัดไป คนส่วนใหญ่จะนึกไม่ออกว่าหน้าตาของเขาเป็นอย่างไรและเขาร่ำรวยมาจากที่ไหนชื่อของเขาคือ Sheldon Adelson เขาเป็นมหาเศรษฐีชาวอเมริกันอันดับที่ 3 ที่ตาม บิล เกตส์ และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มาห่างๆ ซึ่ง Sheldon Adelson  เขามีทรัพย์สินสุทธิราวๆ 26,500 ล้านดอลลาร์ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของบิล เกตส์เลยด้วยซ้ำ

Sheldon Adelson เป็นเจ้าพ่อแห่งคาสิโนเขามีคาสิโนใหญ่ที่สุดที่เมืองลาสเวกัส และมาเก๊าและตอนนี้เขากำลังสร้าง คาสิโน ขนาดใหญ่ที่สิงคโปร์ด้วยเงินทุนกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ในอีกไม่ช้าถ้าเป็นไปได้เขาอาจจะเข้ามาสร้าง คาสิโน ในประเทศไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดียด้วยความน่าสนใจในการขยายอาณาจักรคาสิโนของ Sheldon Adelson เพิ่งจะเป็นข่าวใหญ่ในอเมริกา ในวันนี้จึงขอนำข้อมูลที่พอจะหาได้เกี่ยวกับ Sheldon Adelson มาเล่าสู่กันฟัง

สมัครสมาชิกฟรี ไม่มีขั้นต่ำ
คลิก สมัครสมาชิกIAM1688 

พ่อของ Sheldon Adelson เป็นผู้อพยพจากลิทัวเนีย และแม่ของก็เป็นผู้อพยพมาจากยูเครน พ่อมีอาชีพขับแท็กซี่อยู่ที่เมืองบอสตัน Sheldon Adelson เริ่มทำงานหารายได้ตั้งแต่เด็ก ด้วยการยืนขายหนังสือพิมพ์ตามถนน แม้จะเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่เขาก็สนใจการทำธุรกิจและผ่านงานหลายอย่าง โดยเฉพาะงานด้านการเงิน ซึ่งธุรกิจแรกที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่ความเป็นมหาเศรษฐี คือ การจัดนิทรรศการงานแสดงสินค้า ซึ่งงานที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ งานแสดงสินค้าคอมพิวเตอร์ จัดขึ้นที่ลาส เวกัส เมื่อปี 2522 ต่อมาได้กลายเป็นงานแสดงสินค้าคอมพิวเตอร์ประจำปี และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี 2546

หลังจากที่ร่ำรวยจากธุรกิจจัดแสดงสินค้าในลาส เวกัส อยู่ 10 ปี Sheldon Adelson จึงซื้อโรงแรมควบคู่บ่อน คาสิโน อันโด่งดังของเมืองนั้น แต่เขาก็เก็บโรงแรมและคาสิโน นั้นไว้เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ก่อนที่เขาจะรื้อทิ้ง และทำการสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบของเมืองเนรมิต ที่จำลองมาจากเมืองเวนิสของอิตาลี โรงแรมควบคู่คาสิโน นั้น ได้ถูกขยายออกไปมากจนมีห้องชุดถึง 7,000 กว่าห้อง และเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่มันก็อาจอยู่ได้ไม่นาน เพราะ Sheldon Adelson ต้องการขยายโรงแรมและคาสิโนของเขาในมาเก๊าให้ใหญ่ขึ้นไปอีก

ซึ่งในตอนนี้เขามี คาสิโน ราคา 2,400 ล้านดอลลาร์อยู่ในมาเก๊าแล้วและกำลังสร้างเพิ่มเติม ซึ่งเขาประกาศว่าจะลงทุนอีกถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อทำการสร้างคาสิโน และโรงแรมอีก 20,000 ห้อง ให้เสร็จภายในปี 2553 ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่า เขาจะสามารถทำกำไรจำนวนมหาศาลได้จาก โรงแรมและคาสิโน ในมาเก๊า

เพราะชาวเอเชียส่วนมากเป็นผู้ที่ชื่นชอบการพนัน คนที่ติดตามข่าวสารของเมือง ลาส เวกัส และคาสิโนใหญ่ๆ เช่น มาเก๊าคงจะทราบแล้วว่า กิจการคาสิโน นั้นไม่ค่อยซบเซา ซึ่งไม่ว่าเศรษฐกิจโดยทั่วไปจะประสบปัญหาหรือไม่ และนี่คือ ปัจจัยที่กระตุ้นให้รัฐบาลท้องถิ่นในอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก ต้องการที่จะทำการเปิดบ่อนคาสิโน

Sheldon Adelson ประวัติเจ้าของบริษัทคาสิโน ที่ใหญ่สุดในโลก

คาสิโน

Sheldon Adelson ผู้ร่ำรวยจาก คาสิโน เกิดที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 1933 พ่อเป็นคนขับแท็กซี่ ส่วนแม่เปิดร้านเย็บผ้าเล็กๆ ซึ่งมีฐานะทางบ้านที่ไม่ดี เขาจึงเริ่มช่วยครอบครัวหาเงินตั้งแต่เด็ก ด้วยการขายหนังสือพิมพ์ตามถนนต่อมาเขาได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย City College of New York ในสาขาการเงิน

แต่เรียนไปได้ไม่ถึง 2 ปี เขาก็ลาออกเพื่อไปสมัครเป็นทหาร จากนั้นเขาก็ได้เริ่มธุรกิจนายหน้า ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ถือได้ว่าเป็นเงินทุนก้อนแรกที่เขาได้จากการทำธุรกิจ เขาจึงได้นำเงินทุนที่ได้มา ไปลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวและการเดินทาง ซึ่งสร้างผลกำไรให้เขาได้เป็นอย่างดี แต่เขาก็ต้องพบกับการตกต่ำของตลาดหุ้น ทำให้เศรษฐกิจซบเซาลงไป รวมถึงธุรกิจของเขาเองด้วย จากนั้นเขาได้กลับมาทำธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นานตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ซบเซาลงไปอีก

มาถึงจุดนี้ ชีวิตของเขาเหมือนจะดี แต่เขาก็ต้องมาล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาจึงได้ลองผิดลองถูกไปเรื่อย และนำเงินที่มีอยู่ไปซื้อบริษัททำนิตยสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาก็ได้มาถึง เมื่อเขาไปงานเกี่ยวกับการซื้อขายคอนโด ก็ได้พบว่าเจ้าของงาน เป็นเจ้าของนิตยสารคอนโดเช่นกัน เขาจึงได้มีไอเดียว่าจะทำธุรกิจจัดงานซื้อขายคอมพิวเตอร์ เหมือนกับนิตยสารคอนโดที่จัดงานซื้อขายคอนโด และในปี 1973 เขาก็ได้ขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทนิตยสารคอมพิวเตอร์  เพื่อทุ่มสุดตัวกับการจัดงานซื้อขายคอมพิวเตอร์ ต่อมาบริษัท Interface Group ก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้น โดยปีแรกที่เปิดให้บริการ มีรายได้เพียงแค่ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็มีแนวโน้มที่ไม่ค่อยดีมากเท่าไหร่

และในอีก 6 ปีต่อมาเขาก็ได้จัดงานชื่อดังคือ Computer Dealers Expo หรือชื่อย่อว่า COMDEX ซึ่งงานนี้ถูกจัดขึ้นที่ MGM Grand Hotel ในลาสเวกัส ซึ่งในเวลานั้นเรียกได้ว่าเหมาะสมเลยทีเดียวเพราะบริษัทอย่าง IBM, Apple และ Microsoft กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก งาน COMDEX จึงช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้กระจายออกสู่ท้องตลาดได้มากขึ้น ทำให้ COMDEX มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน

และกำไรของบริษัท Interface Group พุ่งขึ้นสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐและงาน COMDEX กลายเป็นงานจัดแสดงสินค้าที่ใหญ่สุดในลาสเวกัสเรียกได้ว่านี่เป็นความสำเร็จครั้งแรกของชีวิตเขา หลังจากที่ล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้งและหลังจากที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วเขาจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะมีโรงแรมเป็นของตัวเอง

เพื่อที่จะได้มีสถานที่จัดงานของตัวเขาเอง และขยายธุรกิจต่อไปได้เขาจึงซื้อ Legendary Sands Casino ที่มูลค่าสูงถึง 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐและทำการปรับปรุงโดยการสร้างโรงแรม ศูนย์การค้า รวมถึงที่จัดงาน COMDEX นั่นจึงถือเป็นการเริ่มต้น ของการเป็นเจ้าของ คาสิโน

ต่อมาปี 1991 เขาได้แต่งงานกับภรรยาชื่อว่า Miriam ในระหว่างฮันนีมูนที่เมืองเวนิสเขาได้เห็นสถาปัตยกรรมภายในเมืองทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ที่เสมือนเมืองนี้ขึ้นมาเขาจึงได้ทำการขายบริษัท Interface Group และสิทธิ์ในการจัดงาน COMDEX ให้แก่บริษัท SoftBank

ของญี่ปุ่นในมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นคนที่คิดแล้วพร้อมที่จะลงมือทำทันที เมื่อเขามีช่องทางที่สามารถทำได้ จากนั้น คาสิโน The Venetian Las Vegas จึงได้เกิดขึ้นด้วยมูลค่าในการก่อสร้างที่สูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นเขาก็ได้นำ รูปแบบนี้ไปเปิดที่มาเก๊าโดยใช้ชื่อว่า The Venetian Macao และได้ทำการสร้างคาสิโนที่อื่นอีกมากมาย ซึ่งในปี 2004 บริษัท Las Vegas Sands ก็ได้ทำการจดทะเบียน เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ NYSE ประเทศสหรัฐอเมริกา

จุดเริ่มต้นของ Sheldon Adelson

คาสิโน

 เริ่มจากเขาได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับนายหน้า และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จากนั้นเขาจึงนำเงินทุนที่ได้มา ไปลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวและการเดินทาง แต่เขาก็ต้องพบกับการตกต่ำของตลาดหุ้น ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำลงไป รวมถึงธุรกิจของเขาด้วย

จากนั้นเขาจึงกลับมาทำธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง แต่ธุรกิจตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ตกต่ำลงไปอีก เขาจึงได้นำเงินที่มีอยู่ไปซื้อบริษัททำนิตยสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และในปี 1973 เขาก็ได้ขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทนิตยสารคอมพิวเตอร์  เพื่อการจัดงานซื้อขายคอมพิวเตอร์ และได้ก่อตั้งบริษัท Interface Group ขึ้น ซึ่งในปีแรกมีรายได้เพียงแค่ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น

ต่อมาเขาก็ได้ทำการจัดงาน Computer Dealers Expo ซึ่งงานนี้ถูกจัดขึ้นที่ MGM Grand Hotel ในลาส เวกัส ซึ่งในเวลานั้นบริษัทอย่าง IBM, Apple และ Microsoft กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก งาน COMDEX จึงช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้กระจายออกสู่ท้องตลาดได้มากขึ้น ทำให้งาน COMDEX มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว และทำกำไรให้กับบริษัท Interface Group สูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของชีวิตเขา หลังจากที่ล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้ง

และในเวลาต่อมาเขาจึงซื้อ Legendary Sands Casino และทำการปรับปรุงโดยการสร้างโรงแรมศูนย์การค้าถือเป็นการเริ่มต้นของการเป็นเจ้าของ คาสิโน ของเขาในปี 1991 ระหว่างฮันนีมูนที่เมืองเวนิสเขาได้เห็นสถาปัตยกรรมภายในเมืองจึงเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างโรงแรมขนาดใหญ่เขาจึงได้ทำการขายบริษัท Interface Group จากนั้นคาสิโน The Venetian Las Vegas จึงได้เกิดขึ้นต่อมาก็ไปเปิดที่มาเก๊าโดยใช้ชื่อว่า The Venetian Macao และได้ทำการสร้างคาสิโนที่อื่นอีกมากมาย สล็อต

การเติบโตอย่างก้าวกระโดด คาสิโน ของ Sheldon Adelson

คาสิโน

Sheldon Adelson ได้ทำการก่อตั้งคาสิโน The Venetian Las Vegas ด้วยมูลค่าการก่อสร้างที่สูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อมาเขาก็ไปเปิดที่มาเก๊าใช้ชื่อว่า The Venetian Macao และได้สร้าง คาสิโน ที่อื่นอีกมากมายทั่วโลกปี 2004 บริษัท Las Vegas Sands ได้จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

   รายได้ของบริษัท Las Vegas Sands Corp

  • 2015 รายได้ 369,001 ล้านบาท กำไร 62,068 ล้านบาท
  • 2016 รายได้ 360,225 ล้านบาท กำไร 52,723 ล้านบาท
  • 2017 รายได้ 406,697 ล้านบาท กำไร 88,588 ล้านบาท  

ซึ่งปัจจุบันมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท ขณะนี้ Sheldon Adelson ติดอันดับที่ 21 ของบุคคลที่รวยสุดในโลกเขามีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งชีวิตของ Sheldon Adelson เกิดมาไม่ได้มีต้นทุนอะไรเขาได้ลองผิดลองถูกทำธุรกิจไปเรื่อยๆเริ่มจากเป็นนายหน้า เจ้าของนิตยสาร จัดนิทรรศการแสดงสินค้า และในที่สุดเขาก็ได้เป็นเจ้าของ คาสิโน

ถ้าถามว่าในวันแรก Sheldon Adelson รู้ไหมว่าชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร เขาไม่มีทางรู้เป็นอันขาด ซึ่งเราเองก็เหมือนกัน บางทีเราก็ไม่ต้องคาดเดา ว่าสุดท้ายแล้วเราจะต้องได้อะไร สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เมื่อโอกาสมาถึง เราต้องไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป นั่นเอง


สมัครสมาชิกฟรี ไม่มีขั้นต่ำ
คลิก สมัครสมาชิกIAM1688